วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2558

รู้ทัน โรคหลอดเลือดแดงใหญ่ในทรวงอก


หลอดเลือดแดงใหญ่ในทรวงอกมีความสำคัญมากเพราะมีแขนงไปเลี้ยงทุกอวัยวะในร่างกาย ถ้าเกิดความผิดปกติก็จะมีผลกระทบทั้งร่างกาย และถ้าเกิดการปริแตกออกเลือดจะออกมาอย่างรวดเร็วจนทำให้เสียชีวิตในเวลาไม่กี่นาที


         นับว่าเป็นโรคที่มีความรุนแรงและมีผลเฉียบพลันมากที่สุด มักเป็นโรคที่ไม่มีสัญญาณเตือนภัย อาการแรกก็เป็นตอนที่เกิดโรค ถ้าการวินิจฉัยช้าเกินไป หรือการรักษาไม่ทันคนไข้มักเสียชีวิต

         โรคที่พบมากที่สุดคือ การมีการฉีกขาดของผนังชั้นในของหลอดเลือดแดงใหญ่ ทำให้เลือดเซาะเข้าไปในผนัง เกิดช่องทางเดินเลือดในผนังหลอดเลือดแดงใหญ่เลือด และอาจแตกออกภายนอกผนังหรือแตกทะลุผนังชั้นในไหลกลับมาในช่องทางเดินเลือดปกติ ความดันในผนังก็จะลดลง โอกาสแตกหรือเบียดช่องทางปกติจนเลือดไม่ได้เลี้ยงส่วนล่างของร่างกายหรือแขนงไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ทำให้มีอาการขาดเลือดและอวัยวะตายได้ เช่น ไต ลำไส้ ตับ ขา หรือไขสันหลัง

          อันตรายที่เกิดจากโรคนี้มีเป็นสองกลุ่มคือกลุ่มแรก ถ้าหากการเซาะเกิดที่หลอดเลือดแดงใหญ่ส่วนที่ติดกับหัวใจ มีผลทำให้เกิดลิ้นหัวใจรั่วเฉียบพลัน เกิดภาวะหัวใจวาย ความดันโลหิตตก น้ำท่วมปอด หรืออาจเซาะไปที่หลอดเลือดแดงหัวใจเกิดการอุดตันเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ซึ่งมีผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เต้นช้ามากจนหยุดเต้น หรือเลือดอาจเซาะทะลุผนังด้านนอกของหลอดเลือดแดงใหญ่ เกิดลิ่มเลือดในช่องเยื่อบุหัวใจ กดไม่ให้เลือดจากร่างกายกลับเข้าหัวใจ เกิดภาวะความดันโลหิตตก และเสียชีวิตได้ จะเห็นว่าการเซาะของหลอดเลือดแดงใหญ่ส่วนนี้จะมีอัตราเสียชีวิตสูงถึง 1 เปอร์เซ็นต์ต่อชั่วโมง คือภายใน 48 ชั่วโมง ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที คนไข้จะเสียชีวิตไปครึ่งหนึ่ง นับว่ามีความรุนแรงมาก

          กลุ่มที่สอง คือ การเซาะของผนังหลอดเลือดแดงใหญ่พบได้ประมาณ 25% มีจุดเริ่มเซาะตรงหลอดเลือดแดงใหญ่ในทรวงอกส่วนที่เลยแขนงที่ไปเลี้ยงแขนซ้าย และเซาะลงในทรวงอกซ้ายและในช่องท้อง แม้ว่ามีความรุนแรงน้อยกว่ากลุ่มแรก แต่คนไข้กลุ่มนี้ประมาณ 15% จะเกิดภาวะแทรกซ้อนสองประเภทคือ หลอดเลือดแดงใหญ่ปริแตกออกทำให้เลือดออกในทรวงอกหรือในช่องท้อง และอาจไปอุดตันหลอดเลือดเลี้ยงตับ ไต กระเพาะ ลำไส้ ไขสันหลังและขาทั้งสองข้าง ทำให้อวัยวะต่างๆ ขาดเลือดและอาจตายเน่าทำให้คนไข้เสียชีวิต โรคนี้วินิจฉัยได้ยากถ้าหากแพทย์ไม่ได้คิดถึง เพราะคนไข้อาจมีเพียงอาการปวดหลัง ปวดท้อง อัมพาตของขา หรือไม่มีปัสสาวะ ความดันโลหิตสูงมากควบคุมด้วยยาไม่ได้ การตรวจร่างกายอาจไม่พบความผิดปกติในระยะแรก แต่เมื่อการตรวจร่างกายชัดเจน เช่น มีเยื่อบุช่องท้องอักเสบ ซึ่งก็มักจะมีการตายเน่าของลำไส้ โอกาสที่แพทย์จะรักษาชีวิตคนไข้ก็แทบจะไม่มีเลย การตรวจพิเศษเพิ่มเติมเพื่อแยกโรคนี้ออกเช่น การถ่ายเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ของทรวงอกและช่องท้องเป็นเครื่องมือวินิจฉัยโรคที่สำคัญที่สุด

          โรคที่พบมากที่สุด คือ มีการฉีกขาดของผนังชั้นในของหลอดเลือดแดงใหญ่ ทำให้เลือดเซาะเข้าไปในผนัง เกิดช่องทางเดินเลือดในผนังหลอดเลือดแดงใหญ่เลือด และอาจแตกออกภายนอกผนังหรือแตกทะลุผนังชั้นในไหลกลับมาในช่องทางเดินเลือดปกติ ความดันในผนังก็จะลดลง โอกาสแตกหรือเบียดช่องทางปกติจนเลือดไม่ได้เลี้ยงส่วนล่างของร่างกายหรือแขนงไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ทำให้มีอาการขาดเลือดและอวัยวะตายได้ เช่น ไต ลำไส้ ตับ ขา หรือไขสันหลัง

  อันตรายที่เกิดจากโรคนี้มีเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มแรกถ้าหากการเซาะเกิดที่หลอดเลือดแดงใหญ่ส่วนที่ติดกับหัวใจ มีผลทำให้เกิดลิ้นหัวใจรั่วเฉียบพลัน เกิดภาวะหัวใจวาย ความดันโลหิตตก น้ำท่วมปอด หรืออาจเซาะไปที่หลอดเลือดแดงหัวใจเกิดการอุดตันเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ซึ่งมีผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เต้นช้ามากจนหยุดเต้น หรือเลือดอาจเซาะทะลุผนังด้านนอกของหลอดเลือดแดงใหญ่ เกิดลิ่มเลือดในช่องเยื่อบุหัวใจ กดไม่ให้เลือดจากร่างกายกลับเข้าหัวใจ เกิดภาวะความดันโลหิตตก และเสียชีวิตได้

          จะเห็นว่าการเซาะของหลอดเลือดแดงใหญ่ส่วนนี้จะมีอัตราเสียชีวิตสูงถึง 1 เปอร์เซ็นต์ต่อชั่วโมง คือภายใน 48 ชั่วโมง ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที คนไข้จะเสียชีวิตไปครึ่งหนึ่ง นับว่ามีความรุนแรงมาก

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น