วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2558

3 สาเหตุหลัก แก้รอยคล้ำใต้ตา


หลายคนอาจเคยพบปัญหารอยคล้ำใต้ตากันอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่รู้จะรักษาอย่างไร รศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จะมาแนะนำวิธีหลีกเลี่ยงปัญหารอยคล้ำใต้ตา ให้ใบหน้าของทุกคนกลับมาสดใสดังเดิม
คุณหมอรังสิมาบอกว่า ปัญหารอยคล้ำใต้ตา สามารถพบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย และจะเป็นมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น ทั้งนี้ ถือเป็นปัญหาสำคัญด้านความสวยงาม เนื่องจากการมีรอยคล้ำใต้ตาอาจทำให้ดูเศร้า เหนื่อย และดูอายุมากกว่าที่เป็นจริงได้

โดยการเกิดรอยคล้ำมีสาเหตุ 3 ประการ ได้แก่
1.มีการสร้างเม็ดสีบริเวณผิวหนังใต้ตาเพิ่มขึ้น
2.การมีผิวหนังบริเวณใต้ตาบาง
3.การเกิดเงาดำใต้ตาจากการมีผิวหนังใต้ตาหย่อน (ร่องน้ำตา)

ทั้งนี้ รอยคล้ำแต่ละแบบก็มีวิธีรักษาที่แตกต่างกัน สำหรับรอยคล้ำที่เกิดจากการสร้างเม็ดสีบริเวณผิวหนังใต้ตาเพิ่มขึ้น มักพบในภาวะรอยดำที่เกิดตามหลังการอักเสบในผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ที่ผิว หนังเรื้อรัง (Atopic Dermatitis) หรือการแพ้จากการสัมผัสสารต่างๆ (Allergic Contact Dermatitis) Ffp รอยคล้ำใต้ตาจากสาเหตุนี้มักมีสีออกเทา เมื่อเอามือรีดผิวหนังบริเวณนั้นรอยคล้ำก็จะไม่จางไป โดยรอยคล้ำใต้ตาสาเหตุนี้รักษาด้วยการใช้ครีมที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ด สี เช่น ไฮโดรควิโนน Arbutin Licorice Kojic หรือครีมที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ หรือสามารถใช้เลเซอร์กำจัดเม็ดสีทำให้รอยคล้ำใต้ตาจางลงได้


ส่วนรอยคล้ำใต้ตาที่เกิดจากการมีผิวหนังใต้ตาบาง หรืออาจมีชั้นไขมันใต้ผิวหนังบริเวณนั้นบางลงร่วมด้วย รอยดำใต้ตาจากสาเหตุนี้มักเกิดจากเส้นเลือดใต้ผิวหนัง โดยมักจะมีสีออกม่วงและเห็นชัดมากบริเวณด้านหัวตา โดยเฉพาะในช่วงที่มีประจำเดือน ซึ่งรอยคล้ำชนิดนี้ จะไม่ตอบสนองต่อการทายา แต่จะตอบสนองด้วยการรักษาด้วยเลเซอร์กำจัดเส้นเลือด หรือการฉีดสารเติมเต็ม เพื่อทำให้ผิวหนังดูหนาขึ้นได้

       ขณะที่รอยคล้ำใต้ตาจากการที่มีผิวหนังใต้ตาหย่อนคล้อยจนทำให้เกิดเงาดำ ใต้ตา มักเกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น และมักพบการมีรอยย่นรอบดวงตารอบด้วย ซึ่งในรายที่เป็นมากๆ อาจมีถุงใต้ตาร่วมด้วยได้ โดยการรักษาสามารถใช้เลเซอร์ หรือคลื่นความถี่วิทยุที่มีผลทำให้ผิวหนังใต้ตากระชับขึ้น รวมถึงการฉีดสารเติมเต็มเพื่อทำให้ร่องน้ำตาตื้นขึ้น ขณะที่รายที่เป็นมากๆ อาจต้องผ่าตัด

        ทั้งนี้ ก่อนรักษาคุณหมอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อให้ทราบสาเหตุของการเกิดรอยคล้ำใต้ ตาก่อน จะได้เลือกวิธีการรักษาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น